Microsoft เปิดออฟฟิศใหม่ ตอบโจทย์คนทำงานด้วยนวัตกรรม

[คนและเทคโนโลยี] ขึ้นชื่อว่าบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก นอกจากสินค้าและบริการแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ คงไม่พ้น “ออฟฟิศ” หรือสถานที่ทำงาน ที่เป็นเบื้องหลังของทุก ๆ อย่างนั้นเอง เมื่อไม่นานมานี้ทาง Microsoft Thailand ได้เปิดตัวออฟฟิศที่โครงการ One Bangkok โชว์การผสานทั้งคน ข้อมูล และเทคโนโลยี ปั้นออฟฟิศที่ใช่ ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่

“เราตั้งใจให้ออฟฟิศใหม่ของเราเป็นสถานที่ที่ส่งเสริมให้คนกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงความคิดเห็น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับคนไทย องค์กรธุรกิจ และประเทศไทย ให้ก้าวไปสู่อนาคตในโลกยุคดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน”

นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

ผู้ช่วย AI ในออฟฟิศ

เพื่อให้สมกับที่เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี ทาง Microsoft มีการนำเทคโนโลยีมาใช้กับคนในออฟฟิศโดยเฉพาะ และเป็นเครื่องมือที่คุ้นเคยกันดีด้วยอย่าง Microsoft Teams และ Microsoft 365 แต่ทั้งนี้ก็มีการนำ AI agents มาช่วยในการทำงานด้วย ไม่ว่าจะเป็น

SharePoint agent ช่วยรวบรวมความรู้จากเอกสารในทีม, Facilitator ช่วยจัดการการประชุม, Interpreter ช่วยแปลภาษา, Project manager ช่วยจัดการโครงการ และ Employee service ตอบคำถามช่วยเหลือพนักงานในเบื้องต้น รวมถึง Copilot ซึ่งเป็น UX for AI แห่งอนาคต เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน ช่วยให้พนักงานมีเวลาในการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้มากขึ้น หรือพัฒนาทักษะที่ต้องการเพิ่มเติม และมีความพึงพอใจกับการทำงานมากขึ้น

4 หัวใจสำคัญ ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่

สำหรับจุดเด่นของออฟฟิศใหม่ของ Microsoft Thailand นั้น ก็ได้ผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน เข้ากับการดูแลสุขภาวะเพื่อความสุขในการทำงาน โดยเน้น 4 หัวใจสำคัญ ได้แก่

การส่งเสริมสุขภาวะในการทำงาน (Wellness) เช่น ระบบไฟในพื้นที่ทำงานที่ออกแบบมาเพิ่มลดความอ่อนล้าของสายตา โต๊ะทำงานทั้งหมดสามารถปรับระดับความสูงได้ การเพิ่มห้อง Focus room สำหรับการทำงานที่ต้องใช้สมาธิสูง และ Phone room สำหรับการคุยโทรศัพท์ส่วนตัว รวมถึงห้องดูแลและให้นมบุตรสำหรับพนักงานที่เป็นคุณพ่อหรือคุณแม่

 

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือความใส่ใจในคนทุกกลุ่ม (Inclusivity) ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง Hearing loop ที่ผู้มีปัญหาทางการได้ยินสามารถเชื่อมต่อสัญญาณเข้ากับเครื่องช่วยฟัง เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมหรือการประชุมได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังคำนึงถึงผู้ใช้วีลแชร์ โดยอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น สวิตช์ไฟ เครื่องอ่านบัตรพนักงาน ได้รับการติดตั้งในระดับความสูงที่เหมาะสม รวมถึงประตูอัตโนมัติที่เข้าออกได้ง่ายสำหรับผู้ใช้วีลแชร์

Microsoft ยังสร้างสถานที่ทำงานยุคใหม่ (Modern Workplace) ที่เสริมประสิทธิภาพการสื่อสาร และการทำงานร่วมกันจากทุกที่ เพิ่มเติมจากโซลูชั่นและ Copilot ที่เป็นผู้ช่วยทำงานของทุกคนแล้ว ภายในออฟฟิศยังมีอุปกรณ์ที่ทำให้ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ เช่น ในห้องประชุมติดตั้งกล้องที่กระดานไวท์บอร์ดพร้อมระบบ AI เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมออนไลน์มองเห็นข้อความบนกระดานได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ทุกห้องยังติดตั้งทีวีหรือ Surface Hub ขนาดใหญ่ และสุดท้ายคือการใส่ใจความยั่งยืน (Sustainability) โดยเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน

Digital Harmony

เป็นแนวคิดที่ว่าด้วยการผสานความล้ำสมัยของโลกดิจิทัล เข้ากับเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างลงตัว ทั้งลวดลาย วัสดุ และของตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรมไทย เช่น ลายดอกราชพฤกษ์ ปลากัด ปลาตะเพียน รวมถึงภาพหนุมานที่ประกอบขึ้นจากตัวอักษรและตัวเลขไทย ทุกองค์ประกอบเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ Microsoft ในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย และพร้อมที่จะเติบโตเคียงข้างประเทศไทยนั้นเอง